| กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก พระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ ของวิเศษต่างๆมากมาย พระองค์เริ่มต้นด้วยการ สร้างมหาสมุทร ทั้ง7 โดยหลักของการวางของวิเศษ พระองค์จะต้องวางทั้ง ของดีและของไม่ดี คู่กันไป เพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใด สมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆ ทรง เอาเทือกเขาร็อกกี้ น้ำตกไนแองการ่า วางไว้ให้อเมริกา แล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่า กับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย เอาป่าอเมซอน วางไว้ให้บราซิล ทรงเอาไข้ป่า วางไว้ให้ด้วย เอาขั้วแม่เหล็กโลก วางไว้ให้แคนาดา แต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้ เอาเทือกเขาหิมาลัย ให้ธิเบตกับเนปาล เพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศ และความแห้งแล้งไว้ให้ ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ ทั้งหมด .....จึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากัน คราวนี้ พระองค์ทรงลืมประเทศ รูปขวานเล็กๆ ทางแหลมอินโดจีน ทรงสะพายถุงวิเศษ แล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป แต่ด้วยความที่เขาสูงชันมาก เทือกเขาได้เกี่ยวถุงของพระเจ้าขาด ข้าวของที่ดีๆ ที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ เช่น ชายหาดสวยๆ ผืนดินอุดมสมบูรณ์ ศิลปะวัฒนธรรมดีๆ อาหารอร่อยที่สุดในโลก ดอกไม้ ผลไม้ ชายทะเล ก็เทไปกองรวมกันที่ --- ประเทศไทยหมด --- ว้า !! แย่แล้ว พระเจ้า ทรงคิดว่า ประเทศนี้ ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งหมดแน่นอน พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล แต่สายเสียแล้ว พระองค์ทรงเอาภูเขาไฟ กับแผ่นดินไหว ให้ญี่ปุ่นไปแล้ว ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ประเทศอื่นๆ จะมาฟ้องร้องพระองค์ได้ว่า พระองค์ไม่ยุติธรรม จะมีภัยธรรมชาติอันใดหนอที่ จะทำให้ประเทศไทยไม่เจริญกว่า ประเทศอื่นๆได้ เมื่อทรงคิดได้ เพื่อเป็นการป้องกัน ประเทศอันสมบูรณ์ที่สุดในโลกนี้ ไม่ให้เจริญล้ำไปกว่า ที่อื่นๆ พระองค์ก็เลยสร้าง .......นักการเมืองไทยขึ้นมา ถ้ามีนักการเมืองไทยอยู่ล่ะก็ ต่อให้สมบูรณ์แค่ไหน ไทยก็ไม่มีวันเจริญ...... |
วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554
พระเจ้าสร้างโลกอย่างไร.....
. ทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน.....อย่าลืมคิดถึงสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำเหล่านี้
2. งานที่ทำแล้วพอใจที่สุด คือ การช่วยเหลือผู้อื่น
3. ความสุขที่สุด คือ การให้
4. อาวุธร้ายแรงที่ต้องระมัดระวัง และเก็บรักษาให้ดีที่สุด คือ การพูดทำร้ายผู้อื่น
5. พลังยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทำให้ทุกอย่างสำเร็จ คือ ความรัก
6. ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ การทำร้ายตัวเอง
7. ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่จะต้องเอาชนะให้ได้ คือ ความกลัว
8. ยา นอนหลับที่ให้ผลดีที่สุด คือ ความสงบในใจ
แมวชัดๆ
เจ้าเหมียวขนหยิกพันธุ์นี้นั้นมีชื่อว่าแมว laperm
มีถิ่นกำเนิดในสหรัฐอเมริกาที่ Dalles,Oregon ในปี1982 นี้เอง ซึ่งต้องถือว่าเป็นแมวสายพันธุ์ใหม่มากเมื่อเทียบกับแมวพันธุ์อื่นๆที่มักมีมาเป็นร้อยปีแล้ว โดยแมวลาเพิร์มนี้เกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์และความเปลี่ยนแปลงของพันธุกรรมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในลูกแมวเพศเมียตัวหนึ่งที่มีแม่ เป็นแมวบ้านธรรมดาลายแทบบี้ซึ่งแมวตัวนี้เป็นแมวตัวเดียวในลูกแมวทั้งหกที่เกิดมาไม่มีขนเลยแต่มีลายแทบบี้บนผิวหนังแทน แต่เมื่อโตขึ้นกลับกลายเป็นแมวที่มีขนนุ่มและหยิก
ลูกแมวตัวนี้ถูกตั้งชื่อว่า Curly โดยเจ้าของฟาร์ม Richard และ Linda Koehl และได้ใช้ชีวิตอยู่ในฟาร์มกับแมวตัวอื่นตามปกติ จนวันหนึ่ง Curly ได้ประสบอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บต้องรักษาตัวอยู่ในบ้าน ได้ใกล้ชิดเจ้าของ และด้วยเหตุนี้เองทำให้เจ้าของทั้งสองเกิดรู้สึกถูกใจนิสัยน่ารักและขี้อ้อนของเขา ต่อมา Curly นั้นได้ตั้งท้องและมีลูกทั้งหมด5ตัว ทั้งหมดเป็นตัวผู้ และทั้งหมดเมื่อเกิดมาไม่มีขนเหมือนแม่ และเมื่อโตมาก็มีขนที่นุ่มและหยิกเช่นเดียวกับแม่ ลูกแมวทั้งหมดนี้จึงถูกใช้ในการผสมพันธุ์ต่อไปอีกซึ่งได้ให้ลูกแมวที่มีขนหยิกออกมามากมาย ซึ่งมีทั้งขนหยิกยาวและขนหยิกที่สั้น และยังมีหลายสีและหลายลวดลายตั้งแต่สีช็อกโกแลต ไปจนถึงลาย Siamee (แมวเก้าแต้ม/วิเชียรมาศ)เนื่องจากแมวในบริเวณนั้นมีหลายเชื้อหลายสายพันธุ์ เมื่อคนที่พบเห็นเริ่มถาม Linda ถึงแมวที่ไม่เหมือนใครของเธอเหล่านี้ เธอจึงเริ่มค้นหาข้อมูลและพบว่าเธอมีแมวที่เป็นลักษณะของแมวrexทั้งที่ไม่ได้มีเชื้อสายของแมวประเภทนี้ จากนั้นเธอจึงเริ่มพาแมวของเธอไปตามงานประกวดต่างๆเพื่อสอบถามผู้เพาะพันธุ์แมวผู้ประกวดแมว และกรรมการตัดสินที่ต่างก็ใหความเห็นว่าเธอมีแมวที่มีลักษณะพิเศษมาก ต่อมาเธอได้รับการสนับสนุนจากสมาคมแมวในสหรัฐอเมริกา ในการพัฒนาสายพันธุ์แมวและเพาะแมวสายพันธุ์ใหม่นี้ขึ้นมาจนได้รับการจดทะเบียนในอเมริกาและหลายๆประเทศให้เป็นแมวพันธุ์แท้อีกพันธุ์หนึ่งในที่สุด
ด้วยสาเหตุที่แมวลาเพิร์มเป็นแมวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์หลายสายจากแมวในท้องถิ่น ทำให้แมวเพิร์มเป็นแมวที่มีสุขภาพดีเยี่ยมและไม่มีข้อบกพร่องหรือโรคทางกรรมพันธุ์เหมือนแมวพันธุ์แท้ส่วนใหญ่ที่ถูกผสมกลับไปกลับมาในหมู่ญาติพี่น้องเพื่อให้ได้ลักษณะที่ต้องการ เพราะพันธุกรรมขนหยิกนี้เป็นพันธุกรรมเด่น ทำให้ลูกแมวส่วนใหญ่ไม่ว่าจะผสมกับแมวอะไรก็จะมีขนหยิกไปด้วย นอกจากนี้ด้วยเหตุที่เขามีต้นกำเนิดจากแมวบ้านทั่วไป ทำให้การพัฒนาสายพันธุ์นั้นเป็นการใช้แมวบ้านที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับลักษณะที่ต้องการผสม ทำให้กรรมพันธุ์ของเขายิ่งหลากหลายและแข็งแรงมากขึ้น
แมว ลาเพิร์มเป็นแมวที่เป็นแม่ที่ดี ให้ลูกที่แข็งแรงพัฒนาเร็วและให้ลูกมาก ซึ่งในคอกหนึ่งอาจมีได้ทั้งขนยาวและขนสั้นและบางครั้งอาจมีลูกที่ขนไม่หยิกออกมาบ้างแต่ลูกแมวเหล่านี้ถึงแม้จะประกวดไม่ได้ก็สามารถใช้ทำพ่อแม่พันธุ์ได้อย่างดีเพราะมีพันธุกรรมขนหยิกอยู่ในตัว โดยผู้เพาะพันธุ์มักจะเขียนคำย่อไว้ในเพดดิกรีแมวลาเพิร์มว่าBC
(Curly เกิดมาขนหยิก) BB(Born Bald-เกิดมาไม่มีขน)และ BS(Born Straight-เกิดมาขนตรง)ซึ่งในปัจจุบันนั้นลูกแมวที่เกิดมาไม่มีขนแล้วมีขนหยิกในภายหลังถือว่าหาค่อนข้างยาก
จากลักษณะโดยรวมนั้น แมวลาเพิร์มเป็นแมวที่ไม่มีรูปร่างหน้าตาส่วนใดโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่เมื่อมองแล้วจะรู้สึกว่าเป็นแมวที่เด่นและแปลกในทันที เขามีรูปร่างที่มีขนาดปานกลาง มีขายาว คอยาว และมีร่างกายที่เต็มไปด้วกล้ามเนื้อ ใบหน้าเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีความโค้งมนเล็กน้อย ดวงตาเป็นรูปเมล็ดแอลมอนด์ มีหูใหญ่ จมูกยาวและกว้างที่ไม่มีการตั้งฉากที่ชัดเจนบริเวณหน้าผาก และมีปากที่ยาวและใหญ่โดยเนื้อใต้คางนั้นแน่นไม่ห้อยหลวม หางของเขานั้นมีความยาวปานกลาง ขนของแมวลาเพิร์มนั้นเป็นสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของแมวพันธุ์นี้ตรงที่เมื่อสัมผัสจะรู้สึกว่ไม่มีแมวพันธุ์ใดเหมือน สามารถมีได้ทั้งขนยาวและขนสั้นซึ่งจะมีลักษณะหยักศกตลอดทั้งตัวไม่ว่าจะเป็นขนแบบไหน แมวขนสั้นนั้นหยิกเป็นคลื่นและตั้งขึ้นจากตัวโดยมีหางที่ดูเหมือนแปรงล้างขวด แมวขนยาวนั้นมีขนที่ยืดหยุ่นกว่าที่เมื่อเป่าลมใส่จะแยกออกจากกันมองเห็นผิวหนังได้ บนตัวสามารถมีขวัญทำให้ดูแล้วขนม้วยเป็นก้นหอยได้ โดยพบมากที่บริเวณคอและหาง ลักษณะของขนนั้นมีความเป็นเอกลักษณ์มาก ซึ่งแตกต่างจากแมว rex พันธุ์อื่นๆอย่าง DevonหรือCornish rex ที่มีขนนุ่มลื่นเหมือนสัมผัสแพรไหมที่เป็นคลื่น แต่ขนของแมวลาเพิร์มนั้นมีลักษณะคล้ายกำมะหยี่มากกว่าใหม ส่วนเรื่องสีนั้นสามารถมีได้ทุกสีทุกลาย อีกทั้งขนที่เป็นชั้นเดียวนั้นก็ดูแลง่าย และยังเป็นแมวhypoallergenic คนที่แพ้แมวมักไม่ค่อยแพ้อีกด้วย
อุปนิสัยของแมวลาเพิร์มนั้นถือว่าเป็นแมวที่มีความกล้า ไม่ขี้กลัวหรือขี้อาย ช่าวสงสัยและเป็นมิตร เขาชอบที่จะได้รับความรักความสนใจมากๆและชอบซุกชอบให้คุณกอดจูบลูบไล้และจะส่งเสียง purr ดังๆให้คุณรู้ว่าเขาชอบแค่ไหนเวลาที่คุณไม่สนใจเขาก็จะพยายามบังคับด้วยการกระโดดเข้ามาในอ้อมกอดแขนของคุณเอง ลาเพิร์มเป็นแมวร่าเริงขี้เล่นและมีพลังงานมาก บางตัวนั้นจะเอาของเล่นมาชวนเจ้าของเล่นเลยทีเดีว เขาเป็นแมวที่จะทำตัวเหมือนเป็นลูกแมวอยู่อย่างนั้นไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่
ส่วนที่มาของชื่อLapermนั้น คำว่า La เป็นคำที่ชาวอินดียในท้องถิ่นมักนำมาใช้นำมาใช้นำหน้าสิ่งต่างๆเหมือนคำว่าLeในภาษาฝรั่งเศษ ซึ่งผู้เพาะพันธุ์แมวลาเพิร์มส่วนให้นั้นต้องการให้แมวพันธุ์นี้มีความเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึงคนในท้องถิ่นของอเมริกาในแถบนั้นและนิยมตั้งชื่อแมวใหเป็นภาษาอินเดียอีกด้วย ส่วนคำว่า perm นั้น Linda ที่เป็นผู้ริเริ่มเพาะพันธุ์แมวพันธุ์นี้บอกว่าเธอเห็นขนของแมวเหมือนการดัดผมที่ออกมาแล้วดูแย่ๆ เลยตั้งชื่อว่า Laperm ที่ใช้คำว่า perm ที่มาจาก permanent waves ซึ่งแปลว่าการดัดผมถาวรหรือที่ฝรั่งเรียกสั้นๆว่า permนั่นเอง
เปิดใจ"อภิสิทธิ์"กับศึกรอบทิศ "ไม่จำเป็นต้องไล่กัน เดี๋ยวผมก็ไปอยู่แล้ว
ณัฐพล หวังทรัพย์-จตุพล สันตกิจ
ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังรุมเร้ารัฐบาล ทั้งการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง ต่างพุ่งเป้าไล่รัฐบาล พร้อมกับมีการปล่อยข่าวปฏิวัติ รวมไปถึงปัญหาความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจประจำทำเนียบรัฐบาลในแต่ละประเด็น ดังนี้
@ ปัญหากัมพูชาจะแก้ไขอย่างไร
เราพยายามทำทุกอย่างไม่ให้ยืดเยื้อ ที่จริงความตึงเครียด 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นปัญหาที่มรดกโลกจุดชนวนขึ้นมาและขณะนี้เราแสดงจุดยืนชัดเจนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบนี้ ทั้งหมดควรให้มรดกโลกคิดได้แล้วว่า พื้นที่นี้ก่อนที่เขาจะเข้ามาก็สงบเรียบร้อยดี วัตถุประสงค์มรดกโลก เพื่อให้คนมีโอกาสชื่นชมในมรดกทางวัฒนธรรม แต่สิ่งที่เขาทำกำลังเกิดผลตรงกันข้าม ใครก็เข้าไปไม่ได้ เพราะเกิดการสู้รบกัน ก็ควรจะหยุดจนกว่าเราจะได้ข้อยุติกับทางกัมพูชากระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ไปรอบหนึ่งแล้ว และมีหนังสือถึงยูเอ็นเอสซีและยูเนสโก และก็คงต้องมีอีก
ส่วนอาเซียนขณะนี้ยังไม่เข้ามาเกี่ยวข้องอะไร และอาเซียนทราบว่าเรามีกลไกสองฝ่าย ที่ต้องคุยกันทั้งเจบีซีและจีบีซี ก็จะเร่งให้เดินหน้าพูดคุย เขาอาจต้องทราบข้อมูล ฉะนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประธานก็คงมารับทราบข้อมูลของทั้งสองฝ่าย
@ ปัญหาการเมืองในประเทศตอนนี้หลายคนกำลังหวั่นไหวที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ออกมา เพราะมักจะไม่จบด้วยดี ท่านนายกฯ รู้สึกหวั่นไหวด้วยหรือไม่
คือ ผมมองประเทศ ผมมองไม่เห็นว่าการปฏิวัติจะช่วยประเทศได้อย่างไรตอนนี้ เพราะปฏิวัติทุกครั้งมีบาดแผลตกค้างทุกครั้ง กระบวนการเสื้อแดงก็ยังเป็นบาดแผลที่ยังไม่จบจากครั้งที่แล้ว ก็ลองไปถามคนที่ต้องทำงานหลังปฏิวัติสิครับ ว่ามันเหนื่อยแค่ไหน เพราะฉะนั้น ผมจึงเข้าใจยากว่าทำไมจึงมีข้อเรียกร้องอย่างนี้ และผมถึงบอกว่าถ้าไม่ชอบรัฐบาลนี้ ก็อีกไม่กี่เดือน ก็จะไปเลือกตั้งกันแล้ว แต่ถ้าคุณไม่เชื่อในกระบวนการเลือกตั้งอีก แล้วคุณเชื่อประชาธิปไตยแบบไหน ถ้าคุณไม่เชื่อประชาธิปไตยอีก ก็ถามว่า คุณจะอยู่ในโลกนี้ ยุคนี้อย่างไร
@ มีคนพูดว่า รัฐประหาร หรือไม่รัฐประหาร อย่างไร นายกฯ ก็จะได้อยู่ในอำนาจต่อไป โดยเอาอำนาจพิเศษมาโยง
ไม่มีหรอกครับ ถ้ามีการรัฐประหาร มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ผมจะอยู่ในอำนาจ
@ แสดงว่า คนที่ปล่อยข่าวรัฐประหาร เขาไม่อยากให้ท่านเป็นนายกฯแล้ว
แน่นอน มันเป็นไม่ได้ที่จะมารัฐประหารแล้วผมอยู่ในอำนาจ
@ คนที่มีคอนเน็คชั่นพิเศษก็พูดว่า อำนาจพิเศษไม่เอานายกฯ แสดงว่า อำนาจพิเศษที่ไม่เอานายกฯ จริงๆ ท่านนายกฯ เชื่อเรื่องอำนาจพิเศษหรือไม่
ผมว่าบ้านเมืองเรามีระบบชัดเจน ไม่ได้มีอำนาจนอกระบบได้ ทุกอย่างอยู่ในระบบ
@ วันที่นายกฯ ไปเปิดงานวิ่งการกุศลที่เมืองทองธานี แล้วมีคนตะโกนไม่เอานายกฯ ตอนนั้นรู้สึกอย่างไร
ไม่หรอกครับ ธรรมดา คือเวลานี้การปลุกเร้าอารมณ์ โดยเฉพาะเรื่องชาตินิยมมันจะรุนแรง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ต้องเข้าใจได้ แล้วก็เพียงแต่เสียดายว่า การให้ข้อมูลมันต้องระมัดระวัง เพราะว่าการให้ข้อมูลไปแล้ว ไปสู่อะไรต้องรับผิดชอบกันด้วย
@ ดูเหมือนว่า เวลาวิกฤติ ประชาธิปัตย์จะรับมืออยู่คนเดียว พรรคร่วมหายไปไหนหมด
ก็เราเป็นแกนนำ เราก็ต้องรับผิดชอบมาก เป็นธรรมดา
@ ตอนนี้สถานการณ์การเมืองที่กำลังรุมเร้ารัฐบาล ทั้ง การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง ต่างมีข้อเรียกร้องเดียวกัน คือให้รัฐบาลออกไป แถมยังมีการปล่อยข่าวปฏิวัติ รวมไปถึงปัญหาความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเข้ามารุมเร้าอีก
ปีนี้รัฐบาล ก็ออกไปอยู่แล้ว ถ้าเป็นข้อเรียกร้องของการที่จะเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เราก็ปูทางไปสู่ตรงนั้นอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญวันศุกร์ (11 ก.พ.) ก็เสร็จแล้ว เมื่อจังหวะเวลาเหมาะสมก็ไปเลือกตั้งอยู่แล้ว อยากจะบอกว่า มันไม่จำเป็นจะต้องมาไล่อะไรกัน เพราะว่ารัฐบาลบอกอยู่แล้วว่าจะคืนอำนาจประชาชน ก็น่าจะมุ่งไปรอในเรื่องการเลือกตั้งดีกว่า
@ ต้องรอให้ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อน จึงจะยุบสภาใช่หรือไม่
นั่นก็ทำให้ยืดเวลายุบสภาไปอีกสักระยะหนึ่ง ก็ไม่ต้องรอ ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามา ผมก็ไม่มีอำนาจยุบ
@ เข้าทางรัฐบาลที่จะอยู่ได้อีกระยะหนึ่ง
ไม่หรอกครับ พยายามทำให้เร็ว ยื่นมาก็รีบๆ อภิปรายให้มันจบๆ ไป ก็จะได้ยุบได้
@ ประเมินว่าหลังจากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามา 15 วัน ก็สามารถบรรจุเข้าเป็นวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรได้แล้ว
อาจจะเร็วกว่านั้น
@ หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจจบ ต้องรอให้การพิจารณางบประมาณกลางปี 2554 ผ่านก่อนหรือไม่
งบกลางปี 2554 เดือนมี.ค. นี้ ก็เสร็จแล้ว เพราะไม่อย่างนั้นไม่จบหรอกครับ ไม่งั้นมีเรื่องมาเรื่อยๆ กฎหมายโน้นก็อยากทำ กฎหมายนี้ก็อยากทำ ผมก็ต้องทำตามความเหมาะสม แต่ว่า ระหว่างที่ตอนนี้ เราก็ต้องเดินหน้าทำงานไปเรื่อย อย่างงบปี 2555 พูดตามตรง อย่างที่ทำไปแล้ว เกิดการยุบสภาก่อน ถ้าคนที่ได้รับการเลือกตั้งกลับมา เขาไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ หากเขาอยากจะปรับใหม่ก็เป็นเรื่องของเขา หรือจะปรับแก้ของเก่า ถ้าเขาคิดว่ามันดีแล้ว มันก็ไม่ช้า
@ ถ้ายุบสภา แล้วเกิดปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการจะมีปัญหาหรือไม่
อย่างที่ผมบอก คือถ้าจะบอกว่ามีช่วงไหนบ้างที่ไม่มีปัญหาอะไรเลย มันคงไม่มีหรอก เดี๋ยวมิ.ย.ก็มีการประชุมมรดกโลก พ.ค.ก็มีงบประมาณเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวาระ 1 คือก็พูดกันไปเรื่อยๆ แต่ผมคิดว่าจุดใดจุดหนึ่งมันก็ต้องเลือกตั้ง เหมาะสมเมื่อไหร่ก็เลือกเมื่อนั้น ถึงแม้ปล่อยให้ครบวาระ ครบวาระเดือนธ.ค. นี้ ก็ไม่ได้แปลว่าเดือนม.ค. ปีหน้า จะไม่มีเรื่องที่อาจจะต้องดูแลเป็นพิเศษ มันก็ตอบไม่ได้ ไม่มีใครตอบได้
@ เลือกตั้งครั้งหน้าประชาธิปัตย์ตั้งเป้า ส.ส.ไว้สูงถึง 200 คน คิดว่าจะมีอกาสเป็นไปได้ไหม
ตอนนี้เรา 170 กว่าแล้ว เราก็อยากได้เพิ่มพอสมควร ส่วนโอกาสผมไม่เคยพูดอยู่แล้ว เหนื่อยครับ แต่เราก็พยายามทำ เพราะตั้งเป้ามาตลอด ว่าตอนที่ผมมาเป็นหัวหน้าพรรค ก็ตั้งเป้าไว้ 120-150 ก็ได้มา 160 กว่า และก็ได้ 160 กว่า แล้วผมก็มีเขตเลือกตั้งที่ตั้งเป้าหมายไว้อีกราว 70-80 เขต เลือกตั้งซ่อมตั้งเป้าหมายไว้อีกราว 10 เขต ก็ได้มาเกือบหมด ที่พลาดไปก็มีสมุทรปราการ ปทุมธานี ผมก็จะมีลิสต์ของผมอยู่ แต่ว่าอันนี้ก็ต้องเคลียร์ไอ้ที่มีอยู่แล้วก็เสียด้วย ซึ่งก็มีบางจังหวัดแล้ว ก็มีลิสต์อยู่ว่าจังหวัดไหนต้องดูแล
@ เป้าของนายกคือเลือกตั้งครั้งหน้าประชาธิปัตย์จะได้ส.ส. 200 คน
ยังไม่ได้ตั้งเป้า
@ คะแนนในภาคเหนือ ภาคอีสาน ของประชาธิปัตย์ตอนนี้เป็นอย่างไร
เขามองต่างกัน จากโพลล์ที่เราดูทุกสำนัก ภาคเหนือเป็นภาคที่คะแนนพรรคมาเป็นอันดับหนึ่งมาพักหนึ่งแล้ว แต่คะแนนของส.ส.ในเขตเลือกตั้งยังไม่มาตามพรรค ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 ภาคเหนือเราได้คะแนนพรรคประมาณ 40% เพราะฉะนั้น มันไม่แปลกที่เราจะขยับขึ้นมา แต่ว่าภาคอีสานยังยาก เพราะเราเริ่มจากครั้งที่แล้วที่มีคะแนนพรรคประมาณ 25% จากตอนที่ผมเข้ามาเรามีอยู่ 7% ขึ้นมา 25 ตอนนี้เราคิดว่ามีประมาณ 30 กว่าๆ ซึ่ง 30 กว่าๆ การได้ ส.ส.เขตยาก
@ มีการมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยปรับเพิ่มจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะทำให้ประชาธิปัตย์มี ส.ส.เพิ่มขึ้น
ผมว่าไปตอบอย่างนั้นมันไม่ได้ อยู่ที่ว่าประชาชนเลือกใคร แต่ถ้าประชาชนมีแนวโน้มเลือกพรรคใหญ่ๆ พรรคใหญ่ก็ได้ประโยชน์ แต่อีกด้านหนึ่ง ก็อาจเปิดช่องให้พรรคบางพรรคที่ไม่มี ส.ส.เขตเลย มี ส.ส.เข้ามาเหมือนกัน
@ หลังการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาธิปัตย์มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้หรือไม่
ยากครับ เพราะว่าการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว มี ส.ส.ครึ่งหนึ่ง 240-250 ก็ใช่จะเป็นได้ จะเป็นได้มันต้องเกินนั้นไปอีกเยอะ ผมคิดว่าขณะนี้ ยังไม่อยู่ในฐานะที่จะไปคิดว่าจะทำได้ขนาดนั้น แต่ถ้าได้ก็ดี
@ ถ้าได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกรอบหนึ่ง ประชาธิปัตย์จะบริหารเศรษฐกิจเองหรือไม่
เดี๋ยวค่อยว่ากัน คิดอะไรไกลอย่างนั้น
ระวังให้คอมพิวเตอร์ตรวจโรค
"อั๊วรู้สึกเจ็บ ข้อศอกอย่างรุนแรงสงสัยจะต้องไปหาหมอล่ะ"
"เฮ้ยไม่ต้อง..... มีร้านขายยาคอมพิวเตอร์ร้านนึงมีเครื่องอัจฉริยะถูกกว่า เร็วกว่าไปหาหมอเยอะ ง่ายๆ แค่เอาตัวอย่างปัสสาวะ
ใส่ไปใน เครื่องคอมพิวเตอร์ จะวินิจฉัย
และให้คำแนะนำออกมาเสร็จแค่ ร้อยเดียว" เพื่อนรักบอก
ชายหนุ่มคิดในใจว่าลองดูก้อไม่เสีย หายอะไร
ว่าแล้วก็ฉี่ใส่กระป๋องแล้วตรงไปร้านขายยาที่ว่า
พอเจอเครื่องก็จัดการเทปัสสาวะเข้าเครื่องหยอดเหรียญ
กดปุ่ม ซักครู่เครื่องเริ่มส่งเสียงทำงาน
ไฟกระพริบแล้วพิมพ์ กระดาษรายงานผลออกมา
" คุณเป็นโรคเอ็นข้อศอกอักเสบ ให้เอาข้อศอกแช่น้ำอุ่นบ่อย ๆ
หลีกเลี่ยงการทำงานหนักจะดี ขึ้นภายในสองสัปดาห์"
เย็นวันนั้นขณะที่นั่งคิดทึ่งในความ ก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัจจุบันเค้า
นึกสงสัยว่าคอมพิวเตอร์
จะตอบมั่วๆไปเรื่อยหรือป่าวคิดได้ดังนั้นเค้าจัดการทดสอบทันทีโดยการเอาน้ำ ก๊อกที่บ้านผสม
กับอุจจาระของหมาที่เลี้ยงไว้และปัสสาวะของ ภรรยา
และลูกสาว ปิดท้ายด้วย
การช่วยตัวเอง เอาน้ำอสุจิเติมลงไปจัดการเขย่าให้เข้ากันแล้ว
ตรงกลับไปที่ ร้านเก่าหลังจากเครื่องได้รับตัวอย่าง
และหยอดเหรียญเครื่อง ก็ทำงานพร้อมกับพิมพ์รายงานออกมา
"น้ำก๊อกบ้านนายกระด้าง เกินไป ควรติดตั้งเครื่องกรองน้ำกระด้าง"
"หมานาย มีพยาธิ ควร ให้มันกินยาฆ่าพยาธิ"
"ลูกสาวนาย ติดยา ควร พาเธอเข้ารับการฟื้นฟูบำบัด"
"เมียนายตั้งครรภ์6สัปดาห์แต่ ไม่ใช่ลูกนายควรจะปรึกษาทนายความ"
"และสุดท้ายถ้านายยังไม่ เลิกช่วยตัวเองด้วยมือบ่อย ๆ
เอ็นข้อศอกอักเสบของนายไม่มี วันหายแน่"